วันจันทร์ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2557

ควนหวายแดงชุมชนน่าอยู่ ผู้คนน่ารัก

1.สระมรกต

สระมรกต กำเนิดมาจากธารน้ำอุ่น ในผืนป่าที่ราบต่ำภาคใต้ เป็นน้ำพุร้อน มีอุณหภูมิประมาณ30-50 องศาเซลเซียส เป็นสระน้ำสวยใสกลางใจป่า ที่มีน้ำใสเป็นสีเขียวอมฟ้า เปลี่ยนสีไปได้ตามวันเวลาและสภาพแสง สระมรกตกำเนิดมาจากธารน้ำอุ่น ในผืนป่าที่ราบต่ำภาคใต้ เป็นน้ำพุร้อนลักษณะเป็นสระน้ำร้อน 3 สระ ได้แก่ สระแก้ว สระมรกต และ สระน้ำผุด น้ำใสเป็นสีเขียวมรกต มีอุณหภูมิประมาณ 30-50 องศาเซลเซียส รอบๆ บริเวณเป็นป่าร่มรื่นเขียวครึ้มมีพรรณไม้ที่น่าสนใจ


จากที่จอดรถเดินทางเท้าเข้ามาประมาณ 800 เมตร จะถึงตัวสระมรกต หรือจะไปอีกทางที่เป็นเส้นทางศึกษา ธรรมชาติที่มีระยะทางประมาณ 2.7 กิโลเมตร แต่ไม่ว่าจะเดินไปทางไหนก็จะมาบรรจบกันที่สระมรกตที่เดียวกัน แต่แนะนำว่าตอนเดินเข้าไปที่สระให้เดินในเส้นทางปกติ ส่วนขากลับนั้นก็กลับมาเส้นทางศึกษาธรรมชาติ เดินใน ลักษณะเป็นวงรอบ เส้นทางศึกษาธรรมชาติเป็นป่าเขียวครึ้ม ร่มรื่นด้วยพรรณไม้ที่น่าสนใจเป็นแหล่งชมนกหายาก เช่น นกแต้วแร้วท้องดำ นกกระเต็นสร้อยคำสีน้ำตาล นกเงือกดำ ฯลฯระหว่างเดินก็จะพบสายน้ำไหล และสระใหญ่ สระเล็กไปตลอดทาง สวยงามมาก

หลังจากที่เดินชม สระมรกต ก็ไปชมบ่อน้ำผุด ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของสระมรกต ลักษณะเป็นตาน้ำสีฟ้าอมน้ำเงิน เป็นสระน้ำแร่ธรรมชาติ ด้วยความมีแร่ธาติอยู่มาก และได้สะท้อนแสงอย่างที่เห็น ตั้งอยู่ในเขต อุทยานแห่งชาติ เขาพนมเบญจา เป็นแอ่งน้ำตามธรรมชาติขนาดเล็ก มีฟองอากาศที่ผุดขึ้นมาเหนือน้ำตลอดเวลา สันนิษฐานว่า เกิดจากน้ำที่ซึมออกมาจากใต้ดิน ทำให้ที่แห่งนี้มีน้ำตลอดปี และไหลเป็นลำธารสู่ที่ต่างๆ

2.น้ำตกโตน



น้ำตกโตน เป็นน้ำตกที่เกิดจากการไหลเชี่ยวของน้ำจากภูเขาช่องหินขาว ตั้งอยู่ บริเวณ หมู่บ้าน บางมุด หมู่ที่1 ตำบล พรุดินนา อำเภอ คลองท่อม ในแต่ละวันมีผู้มาใช้บริการประมาณ 100-200คน
ฃึ่งน้ำตกโตน มี สระน้ำย่อยๆจำนวน 5 สระ สีของน้ำเป็นสีมรกตดังภาพประกอบ







 3.พิพิธภัณฑ์สถานวัดคลองท่อม



 
พิพิธภัณฑสถานวัดคลองท่อม
อยู่บริเวณวัดคลองท่อม บนนถนนเพชรเกษม หลัก กม.ที่ 69-70 ห่างจากที่ว่าการอำเภอคลองท่อมประมาณ 1 กม. นับเป็นสถานที่หนึ่งที่น่าสนใจแก่นักท่องเที่ยว โดยเฉพาะนักสะสมของเก่า วัตถุโบราณ เพราะพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ได้เก็บสะสมสิ่งของวัตถุโบราณจำนวนมากมายที่ขุดพบได้ในบริเวณที่เรียกว่า "ควนลูกปัด" อันเป็นเนินดินหลังวัดคลองท่อม อาทิเช่น เครื่องมือหิน เครืองประดับซึ่งทำจากหิน และดินเผา รูปสัตว์ต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งลูกปัดอันเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่เก่าแก่ของมนุษย์สมัยเมื่อ 5,000 ปีเศษมาแล้ว



ประวัติ
ชื่อชุมชน คำว่า"ควนลูกปัด" เป็นชื่อชาวบ้านเรียก เมื่อมีการค้นพบลูกปัดแก้วสีต่างๆ บนเนิดินบริเวณนี้ สมัยก่อนไม่มีใครสนใจเพราะวเห็น่าไม่มีค่าอะไร หรื่อเห็นว่าเป็นของโบราณเกรงจะเกิดอาเพทตามความเชื่อ และเรียกว่าบริเวณนี้ว่า ควนลูกปัด ส่วนชื่อ "คลองท่อม" เป็นชื่อหมู่บ้าน ตำบลและอำเภอ ตั้งขึ้นตามชื่อ "ลำคลอง" ที่ไหลผ่านแหล่ง คำว่า "ท่อม" มีผู้ให้ความเห็นดังนี้
"ท่อม" เป็นชื่อต้นไม้ชนิดหนึ่ง สมัยก่อนขึ้นอยู่ทั่วไปบริเวณสายลำคลอง
"ท่อม" เลื่อนมาจากคำว่า "ทุ่ม" ซึ่งแปลว่าทอดทิ้ง ละร้างไป ที่สันนิษฐานว่าชุมชนแห่งนี้ถูกละทิ้งไปเพราะสาเหตุหลายประการ เช่นถูกข้าศึกรุกราน หรือละทิ้งไปเพราะเกิดโรคระบาดอย่างร้ายแรง
ประวัติทางโบราณคดี
พบหลักฐานการเข้าอยู่อาศัยของมนุษย์ตั้งแต่สมัยแรกเริ่มประวัติศาสตร์ แต่ก็มีการพบวัตถุสมัยก่อนประวัติศาสตร์อีกด้วย คงจะเป็นการสืบทอดวัฒนธรรมมาจากสมัยก่อนประวัติศาสตร์ กลุ่มคนที่เข้ามาตั้งถิ่นฐานบนเนินดินคลองท่อมคงเป็นพื้นเมืองสมัยก่อนประวัติศาสตร์ที่อาศัยอยู่ตามป่าเขาใกล้เคียงนั่นเอง เพราะจากหลักฐานต่างๆจากบริเวณอ่าวพังงาลงมาถึงบริเวณเขาขนาบน้ำ ถ้ำเสือ ถ้ำหลัง โรงเรียนทับปริก ถ้ำอ่าวโกบหน้าเชิง ล้วนเป็นที่อยู่อาศัยของมนุษย์สมัยก่อนประวัติศาสตร์ทั้งสิ้น ชุมชนคลองท่อมอยู่ใกล้ทะเล มีลำคลองไหลผ่าน อยู่ในเส้นทางการเดินข้ามแหลมจากตะวันตกไปตะวันออก เป็นที่ผ่านไปมาของบรรดาพ่อค้าต่างๆ เช่น จากอินเดีย อาหรับ เปอร์เซีย เป็นต้น ชื่อเดิมจะเป็นอย่างไรไม่พบหลักฐานอาจจะเป็น"ตะโกลา" ด้วยก็ได้ เพราะพิกัดแผนที่โบราณย่อมไม่แน่นอน
หลักฐานทางโบราณคดี
ที่พบ มีดังนี้
(๑) วัตถุที่ทำด้วยหิน มีดังนี้
๑.๑ เครื่องมือหิน มีทั้งหินกะเทาะซึ่งเป็นยุคหินกลางและเครื่องมือหินขัด เช่น ขวานหินทั้งมีบ่าและไม่มีบ่า
๑.๒ หินดุ เป็นเครื่องมือที่ใช้ในการทำภาชนะดินเผา ส่วนมากทำด้วยหินทราย
๑.๓ แท่งหินสลัก มีหลายขนาดแกะเป็นลวดลายต่างๆ นอกจากนี้ยังมีแท่งหิน คาร์เนเลี่ยนสลักเป็นรูปสัตว์และรูปคน (น่าจะเป็นเทพหรือเทวีตามลัทธิที่นับถือ)
๑.๔ แม่พิมพ์ เช่น แม่พิมพ์ใช้หล่อขวานและหล่อตุ้มหู เป็นต้น
๑.๕ ตราประทับ พบตราที่เป็นข้อความ ตราเป็นรูปสัตว์ ตราประทับที่เป็นข้อความทำด้วยหินคาร์เนเลี่ยน นักโบราณคดีว่าเป็นอักษรปัลลวะ (อินเดียใต้) น่าจะมีอายุระหว่างพุทธ ศตวรรษที่ ๕ - ๑๒
๑.๖ ลูกปัดหิน เป็นวัตถุที่พบมากที่สุดมีหลายขนาด หลายสี ทำจากหินแก้วชนิดต่างๆ
๑.๗ หินซึ่งมีลักษณะเป็นก้อนรัตนชาติ พบจำนวนมากมีหลายขนาด หลายสี ยังไม่ได้นำมาตกแต่ง
๑.๘ วัตถุอื่นๆ ที่ทำด้วยหิน เช่น หินบด หินลับ ครกหิน เป็นต้น
(๒) วัตถุที่ทำด้วยแก้ว มีดังนี้
๒.๑ ลูกปัดแก้ว พบหลายขนาด หลายสี เช่นสี เช่นสีดำทึบแสง สีฟ้าแสลและโปร่งใส สีน้ำเงินแสงและโปร่งใส สีส้มทึบแสง สีแดง สีน้ำตาลทึบแสง บางชนิดยังมีริ้วลายสลับสี นอกจากนี้พบลูกปัดพิเศษออกไป เช่น ลูกปัดหน้าคน ชาวบ้านเรียก "หน้าอินเดียแดง" สันนิษฐานว่าจะเป็นรูปพระสุริยเทพ น่าจะได้รับอิทธิพลจากแถบเมดิเรเนียน
๒.๒ กำไลแก้ว ทำด้วยแก้วสีมีขนาดต่างๆ กัน ส่วนมากชำรุดทั้งสิ้น
๒.๓ แก้วหล่อมและเศษแก้วหลอม พบทั้งที่เป็นแท่งและเป็นก้อน บางก้อนโตมากทีหลายสี เช่น สีเขียว แดง ขาว น้ำเงินเข้ม สีชา บางก้อนมีเศษลูกปัดติดอยู่เป็นพืดอีกด้วย ทำให้เข้าใจว่า ควนลูกปัดน่าจะเป็นแหล่งอุตสาหกรรมผลิตรูปปัดอีกด้วย
๒.๔ แหวน พบแหวนที่ทำด้วยแก้วมากพอสมควรในแหล่งโบราณดคีแห่งนี้
๒.๕ เศษภาชนะที่เป็นแก้ว เศษเครื่องแก้วเหล่านี้ลักษณะบ่งบอกเป็นภาชนะจะผลิตในแหล่งนี้หรือเดินทางนำมาก็ได้ บางท่านระบุว่าเป็น "แก้วโรมัน"
(๓) วัตถุที่ทำด้วยดินเผา มีดังนี้
๓.๑ ภาชนะดินเผา เศษภาชนะดินเผาพบมากที่สุดกระจัดกระจายอยู่ทั่วไป มีทั้งเคลือบและไม่เคลือบ มีลายและไม่มีลาย บางชิ้นเขียนลายเป็นรูปสัตว์ต่างๆอีกด้วย
๓.๒ ตะคันดินเผา สันนิษฐานว่าเป็นภาชนะใช้แทนตะเกียง พบมากพอควรไม่น้อยกว่า ๑๐ ชิ้นและหลายขนาด
๓.๓ แวดินเผา แวเป็นส่วนปรกอบของไนปั่นฝ้าย พบจำนวนมากมีหลายแบบ
๓.๔ แม่พิมพ์ เช่น แม่พิมพ์ดินเผาเป็นรูปนก
๓.๕ ลายประทับ พบหลายประทับเป็นรูปกลีบบัวและดอกไม้
๓.๖ ดินเผาในรูปอื่นๆ เช่นรูปสัตว์ คนขนาดเล็ก หินดุ เป็นต้น
(๔) วัตถุที่ทำด้วยสำริด มีเป็นจำพวกแหวนสำริด กำไล ตุ้มหู รูปสัตว์ต่างๆ เหรียญที่เป็นรูปสัญลักษณ์ต่างๆ ชิ้นส่วนคันฉ่องสำริดของจีน
(๕) วัตถุที่ทำด้วยเงิน มีจำพวกกำไล แหวน ตุ้มหู เหรียญรูปสัญลักษณ์ต่างๆ แร่เป็นก้อนซึ่งสันนิษฐานว่าแร่เงิน
(๖) วัตถุที่ทำด้วยทองคำ มีจำพวกลูกปัดต่างๆ ทองคำแท่งหรือเป็นแผ่น แหวนทองคำเป็นต้น
แหล่งคลองท่อมหรือควนลูกปัด เป็นสถานที่สำคัญในเชิงประวัติศาสตร์โบราณคดี วัตถุโบราณส่วนหนึ่งเก็บไว้ที่พิพิธภัณฑ์วัดคลองท่อม โดยพระครูอาทรสังวรกิจเป็นดำเนินการ ผู้สนใจทางโบราณคดีแวะไปชมและศึกษาอยู่เป็นประจำ



4. สำนักสงฆ์ควนหวายแดง





สำนักสงฆ์ควนหวายแดงแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นเมื่อประมาณ 30 ปี โดย มี นายวิน พรหมเดช และนายแก้ว สุกแก้ว เป็นผู้ก่อสร้าง หลังจากอพบพมาจาก อำเภอควนขนุน จังหวัด พัทลุง
ฃึ่งสถานที่แห่งนี้เป็นที่รวบรวมการทำกิจกรรมของคนในหมู่บ้าน อาทิเช่น การเลือกตั้ง การประ
ชุม เป็นต้น


 5. โรงเรียนบ้านนางรอง



โรงเรียนบ้านนางรอง เป้นสถานศึกษาขนาดเล็ก ประจำหมู่บ้านของดิฉัน ถูกสร้างชึ้นเมื่อ 30 ปีก่อน ปัจจุบัน มีจำนวนนักเรียนและบุคลากร ทั้งหมด 90 คน แบ่งเป็น จำนวนนักเรียน ทั้งชายและหญิง จำนวน 80 คน บุคลากรประจำโรงเรียน 10 คน เปิดสอน ตั้งแต่ระดับชั้น อนุบาล
1 ถึง ประถมศึกษาปีที่ 6

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น